• Last Kiss With U [1] •
posted on 11 May 2008 16:37 by tvxq-naekii in Fiction
Chapter 1
My Name is Kim Jae Joong
--------------------------
ประตูๆ ๆ อย่าเพิ่งปิดอีกนิดเดียววิ่งอีกนิดเดียวเท่านั้น แต่... มันก็ไม่ทันซะแล้ว ประตูโรงเรียนปิดอีกแล้ว ผมมาช้า
ไปแค่ไม่กี่นาทีเองนะ
“คุณครู !!!!! ผมมาสายแปปเดียวเองนะ เปิดประตูเถอะ” ผมยืนทุบประตูโรงเรียนอยู่ข้างนอก แต่ก็ไม่มีเสียงคุณครู
ตอบกลับมาเลย
“นี่ ! นาย” เสียงใสๆของใครก็ไม่รู้รอดเข้ามาในแก้วหูของผม ผมหันไปพบเพียงแต่ผู้หญิงตัวน้อยๆที่กวักมือเรียก
ผม ผมไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย จริงๆผมก็ไม่ควรจะเห็นหรอกครับเพราะผมเพิ่งย้ายมาที่โรงเรียนนี้วันแรกเอง ผม
เคยเห็นเธอก็แปลกแล้วแหละ
“เธอทำอะไรหน่ะ” ผมมองเธอที่กำลังปีนต้นไม้อยู่แต่เธอกลับพูดคนละเรื่องกับผม
“นาย เด็กใหม่ใช่มั้ย?” เธอรู้ด้วยอ่ะ ว่าผมเป็นเด็กใหม่
“เธอรู้ได้ไง”
“ก็เสื้อเธอใหม่จะตาย ใกล้ปิดเทอมใครเสื้อใหม่ขนาดนั้นหล่ะ”
“นั่นสิเนาะ” ผมก้มลงดูเสื้อตัวเองเทียบกับเสื้อของเธอมันคนละสีจริงๆแหละครับ
“จะเข้ามั้ย โรงเรียนอ่ะ”
“อื้อ เข้าสิ่”
“ตามมา” ผมเดินปีนขึ้นไปบนต้นไม้ตามเธอ เหมือนจะเป็นวิธีการเข้าโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับคนสายนะครับ ผม
กับเธอกระโดดข้ามรั้วมาได้อย่างง่ายดาย ง่ายแต่เธอคนเดียว ส่วนผมไม่ง่ายเท่าไหร่หรอกเพราะว่าผมเพิ่งเคย
กระโดดครั้งแรก
“เธอ.....” ผมคุยกับเธอมาตั้งนานแต่ก็ยังไม่รู้ชื่อเลยหนิเนาะ
“เนกิ คิมเนกิ” เธอยื่นมือมาให้ผม
“แจจุง คิมแจจุง” ผมกับเธอเช๊คแฮนด์กันเหมือนคนรู้จักใหม่ๆ พอผมจับมือเธอเท่านั้นแหละ ใจผมมันเต้นรัวไม่
หยุด มือเธอนิ่มมากๆเลย
“แจจุง มือของฉันขอคืนได้ป่ะ”
“อ้อ อื ได้สิ่ๆ” ผมรีบปล่อยมือเธอสงสัยผมจะบีบมือเธอแรงไปหน่อย มือแดงเลย แหะๆ
“นายอยู่ห้องไหนอ่ะ”
“เอ่อออ อ แปปนะๆ” ผมรีบหากระดาษให้เจอ ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าผมอุตส่าท่องมานิหน่าว่าอยู่ห้องไหน
“ฉันอยู่ห้อง 3”
“นี่ไง ! ห้อง 3 เหมือนกัน” ผมดูที่กระดาษมันเขียนว่าห้อง 3 จริงๆนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยอ่ะ
นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้คุย และได้รู้จักกันครับ จนตอนนี้ถ้านับก็ 5 ปีแล้วสินะ ที่เรารู้จักกัน และผมก็รักเธอมา 5 ปีแล้วแหละ .....
ปี 1 ห้อง 3
“คิมเนกิ” คุณครูเรียกชื่อเธออย่างดัง
“ค่ะ” คุณครูก็เรียกดังไปอย่างนั้นแหละค่ะ จริงๆครูมีเรื่องให้ฉันทำตังหาก
“วันปิดภาคเรียนปีนี้ ครูอยากให้เธอเป็นตัวแทนนักเรียนนะ”
“ค่ะ” ฉันเป็นนักเรียนเบอร์ 1 ของที่นี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ที่ฉันจะได้เป็นตัวแทนนักเรียน ว่าแต่เพื่อนคน
ใหม่ของฉันอยู่ไหนหล่ะ คนที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเช้า คิมแจจุงหน่ะ ...........
“นักเรียนเงียบๆๆๆ วันนี้เรามีเพื่อนใหม่มาเพิ่งอีกหนึ่งคน”
“ผู้หญิงหรือผู้ชายฮะครู”
“ผู้ชาย”
“ว้าววววว” เสียงผู้หญิงทั้งห้องดูจะตื่นเต้นเมื่อได้รู้คำตอบว่าเป็นผู้ชาย ฉันว่าต้องกรี๊ดกันสลบแน่ๆถ้าได้เจอหน้า
“คิมแจจุง” ครูเปิดประตูให้แจจุงเดินเข้ามา... ว้าวดูดีจริงๆนะ
“กรี๊ด ดด ดด ด กร๊าด ด” ผู้หญิงทั้งห้องสนใจมากเพราะหน้าตาของแจจุงหล่อปานเทพจะกลืนกิน
“เอ่อ สวัสดีครับ ผม คิมแจจุงครับ เพิ่งย้ายมาที่นี่วันแรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” แจจุงพูดเสร็จก็โค้งตาม
ระเบียบค่ะ แต่ฉันไม่อยากจะบอกว่าทั้งห้องมีโต๊ะข้างๆฉันเท่านั้นที่ว่าง จริงๆห้องนี่เต็มค่ะ แต่ว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆ
ฉันเพิ่งลาออกไปเพราะว่าย้ายบ้าน จะว่าโชคดีก็ได้ คือ ได้นั่งกับเพื่อนใหม่ แต่จะว่าโชคร้ายก็ได้ เพราะโดนสายตา
อาฆาตของผู้หญิงทั้งห้อง ก็คิดดูนะค่ะ คนที่เพิ่งลาออกไปก็เป็นดาวโรงเรียนก็ได้นั่งข้างฉัน ว่าที่ดาวโรงเรียนคน
ใหม่ก็ได้นั่งข้างฉัน ผู้หญิงคนไหนจะไม่อิจฉาบ้าง? แค่คิดยังอิจฉาตัวเองเลยค่ะ ฮ่าๆ
“แจจุงเธอไปนั่งข้างๆเนกินะ” ครูชี้มาที่นั่งฉัน แน่นอนก็มันว่างอยู่ที่เดียวนี่ค่ะ
“หวัดดีเนกิ” แจจุงบะบายให้ฉันจนเพื่อนๆในห้องไม่เข้าใจว่าไปเจอกันตอนไหน
“นั่งดิ่” ฉันหยิบกระเป๋าที่วางไว้ออกจากที่นั่งแจจุง
“ชื่อเธอแปลกดีอ่ะไม่ค่อยได้ยินเลย” แจจุงอยู่ดีๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา นายเป็นคนแรกนะเนี่ยที่ทักอะไรแบบนี้
“แปลกหรอก”
“อื้อแปลกสิ” แจจุงพยักหน้าเหมือนสงสัยจริงๆ
“ฉันเป็นลูกครึ่งหน่ะ” ใช่ค่ะฉันเป็นลูกครึ่งทำให้หลายๆคนอิจฉา
“ครึ่งไรอ่ะ”
“เกาหลี – ญี่ปุ่น”
“อย่างงี้เธอเกิดมาก็พูดได้สองภาษาเลยอ่าดิ่” แจจุงดูตื่นเต้นที่ฉันเป็นลูกครึ่งมากๆ
“ไม่อ่ะ สามตังหาก”
“ภาษาไรอีกอ่ะ”
“อังกฤษ” ค่ะ ฉันต้องพูดได้ถึงสามภาษา เพราะแม่พูดเป็นแต่ญี่ปุ่น ส่วนพ่อพูดเป็นแต่เกาหลี ตอนเจอ
กันก็เจอกันที่ต่างประเทศ คุยภาษาอังกฤษกัน กรรมเลยมาตกอยู่ที่ฉันคือ คุยกับแม่ก็ต้องพูดญี่ปุ่น คุยกับพ่อก็ต้อง
คุยเกาหลี แต่พอคุยกันทั้งครอบครัวก็คุยภาษาอังกฤษ สมองฉันนี่ทำงานเยอะมากค่ะเวลาคุยที่บ้าน
“โห หหห ห จริงป่ะ ดีอ่ะ เราพูดได้ภาษาเดียวเอง”
“อย่างน้อยก็ดีกว่าพูดไม่ได้นะ” ฉันกวนตีนโดยไม่รู้ตัวอ่าค่ะโทษทีนะแจจุง
“ก็จริง”
“ลืมไป ฉันอ่ะปากไม่ค่อยจะดีนะ เพราะฉะนั้นพูดอะไรไปก็อย่าคิดมากหล่ะ”
“อื้อ โอเค จริงๆแล้วเราก็ไม่ใช่คนเรียบร้อยเท่าไหร่อ่านะ ปากก็คงพอๆกันแหละ”
“ถ้างั้นก็ดี จะได้คุยกันรู้เรื่องหน่อยเนาะ”
“กลับญี่ปุ่นบ่อยป่ะอ่า”
“ญี่ปุ่นหรอ ........ เค้าไม่ต้อนรับฉันกับพ่อหน่ะสิ พ่อของฉันจริงๆต้องแต่งงานกับคนคนนึงที่ทางบ้านจัดไว้ให้ค่ะ
แต่พ่อรักแม่มากเลยหนีมาที่นี้ แล้วก็มาแต่งงานกับแม่ คิดว่าเค้าอาจจะให้อภัยถ้าเกิดว่าเรามีฐานะที่มั่นคง แต่พอ
กลับไปก็ไม่มีใครต้อนรับเลยแม้แต่น้อย หน้าย่าหน้าปู่ฉันยังไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำว่าเป็นยังไง” ฉันก็ไม่รู้เหมือน
ทำไมฉันถึงกล้าพูดเรื่องนี้ให้เพื่อนที่เจอกันวันแรกฟัง
“ขอโทษนะ” แจจุงดูหน้าสลดลงเมื่อได้ฟังสิ่งที่ฉันเล่า แต่เค้าไม่รู้หรอกว่าฉันเฉยๆ
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรหน่ะ”
“แล้วพ่อแม่เธอหล่ะ” คำถามนี้สิ่ที่จี้ใจฉันจริงๆ
“โน้น” ฉันชี้ไปที่ฟ้า
“ฉันดูจะทำร้ายจิตใจเธออีกแล้วนะ”
“พ่อกับแม่เพิ่งจากฉันไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ เพราะอุบัติเหตุเครื่องบินตก ตกเพราะตอน
จะกลับมาจากญี่ปุ่นนั้นแหละ ........ ฉันไม่เคยคิดเกลียดญี่ปุ่นนะ เพราะญี่ปุ่นไม่ได้ทำผิดอะไร แต่ฉันเกลียดญาติที่
อยู่ที่ญี่ปุ่นตังหาก คนพวกนั้นไม่น่าจะมีสังกัดชาติอยู่เลยด้วยซ้ำ”
“เธอคงเสียใจมากเลยสินะ”
“มากสิ่แต่ตอนนี้ก็น้อยลง อย่างน้อยก็คิดซะว่าต้องมีอะไรดีนั่นแหละ พ่อแม่พร้อมที่จะจากเราไปเพราะคิดว่าเรา
อยู่ได้แล้ว เราอยากให้พ่อกับแม่ไปอย่างหมดห่วงจริงๆนะ แต่นายแปลกมากนะ ปกติถ้าใครถามเรื่องแบบนี้ฉันจะ
โมโหน่ะ นายคนแรกที่ฟังได้โดยไม่นองเลือดหน่ะ” ฉันรู้สึกสบายใจนะที่คุยกับแจจุงหน่ะ ไม่รู้สิว่าทำไม
“หรอ สบายใจมั้ยหล่ะ”
“ก็สบายใจอ่ะ”
“ถ้างั้นมีอะไรก็บอกฉันนะฉันจะเป็นผู้ฟังที่ดีสำหรับเธอคนเดียวเลย”
“จริงง่ะ”
“จริงสิ่” แจจุงพยักหน้าให้ฉันเพื่อให้มั่นใจว่า ฉันจะฟังเธอแน่ๆประมาณนั้น เพื่อนของฉันคิมแจจุง......
เราสองคนเป็นเพื่อนกันได้เร็วมากๆเลยครับ ผมก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะเป็นเพื่อนกับเธอได้เร็วขนาดนี้ผมคิดว่า
เธอเป็นเพื่อนที่น่ารักนะ บางทีมันก็น่ารักเกินเพื่อนไปหน่อย .......... ความรักของผมเริ่มขึ้นจากตรงนี้และครับ
-----------------------
• โปรด อย่าก๊อปไปฟิคนี้ไปที่อื่นเลยนะ •
• อ่านเเล้วก็ "ขอบคุณ" สักนิดก็ดีนะคะ ก๊อปวางก็ได้•
• ขอบคุณที่อ่านนะคะ จากโอ ^^ ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ >< •